แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ travel แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ travel แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่น่าสนใจ คือ การท่องเที่ยวเพื่อเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต (Lifestyle Transformation)

การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่น่าสนใจ คือ การท่องเที่ยวเพื่อเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต (Lifestyle Transformation)

 กลุ่มนักท่องเที่ยว มีวัตถุประสงค์หลักของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ วิธีการ แนวคิด ในการใช้ชีวิต โดยมุ่งเน้นที่การสร้างความสมดุลและประสานการทำงานระหว่างร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เพื่อความก้าวหน้าของชีวิตแบบก้าวกระโดด (Quantum Leap) อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงความคิด จิตใจ อารมณ์ การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร การล้างพิษ การทำสมาธิ การฝึกปรับตัวให้เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติ
        

   การท่องเที่ยวเพื่อเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต (Lifestyle Transformation) เป็นการขยายแนวทางทั้งการตลาดประสานกับความต้องการ โดยให้นักท่องเที่ยวจะต้องใช้เวลาในการเข้าคอร์สขั้นต่ำ 7 วัน บางคอร์สใช้เวลาเป็นเดือน หรือหลายเดือน







วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561

อดีต ที่หายไป

การได้ยินได้ฟังเรื่องบอกเล่าต่อๆกันมาหลายต่อหลายรุ่นจนเกิดความชินชา และกลายเป็นความไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ไม่รับฟัง อ่านข่าวสารที่เผยแพร่จากทางหน่วยงาน ราชการกัน โดยเฉพาะเด็กยุคใหม่ ที่ไม่สนใจเรื่องราวเก่าๆในอดีต

วันหนึ่ง วัฒนธรรมถูกบิดนิดก็เอาไปขอการรับรองจากยูเนสโก เราก็เสียภูมิปัญญาหลายอย่างไป 
ข้าวหอมมะลิ ก็ไป
มวยไทย มีหลายประเทศเอาไปจดในชื่อใหม่อีก
นวดไทย
ฤาษีดัดตน
แกงต้มยำ ยังโดน
ทุกวันนี้ใครแกงแบบภูมิปํญญาแผ่นินได้บ้าง เอาง่ายๆ ต้มยำใน CLMV ทำเลียนแบบของไทย เคยไปกิน ยังกลืนไม่ลง แต่ขายฝรั่งได้
คนชาติไหนไม่รู้เอาเส้นก๋วยเตี๋ยวผัดใสซิอิ๊ว บอกว่าผัดไทย ก็มี

วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ครอบครัว มีความหมาย แล้วที่คนมาเกิดมาอยู่ร่วมกัน แบบไหนเป็นครอบครัว เลือดไม่ข้นมันไม่แปลก

ละครฮิต อาจทำให้คิดว่าคนต้องเลืิอดข้น 
ข้นขนาดไหนถือว่าเลือดคน ๕๕๕  ความหมายมันคือกลุ่มคนที่ข้นด้วยความผูกพัน ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ุ 

ครอบครัว หมายถึง กลุ่มบุคคลที่มีความผูกพันและใช้ชีวิตร่วมกัน ทำหน้าที่เป็นสถาบันหลัก เป็นแกนกลางของสังคมที่เป็นรากฐานสำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิต ครอบครัวมีหลากหลายรูปแบบและหลายลักษณะ นอกเหนือจากครอบครัวที่ครบถ้วนทั้งบิดา มารดาและบุตร
ในตำราเรียนบางเล่ม กล่าวว่า

สถาบันครอบครัว หมายถึง แบบแผนพฤติกรรมที่คนที่มาติดต่อเกี่ยวข้องกันในเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวและเครือญาติจะต้องปฏิบัติตาม นั่นคือคนที่เป็นญาติกันโดยสายเลือด เช่น เป็นพ่อแม่ พี่น้องกัน เป็นญาติกันทางการแต่งงาน เช่น เป็นสามีภรรยา เป็นเขยสะใภ้กัน หรือการรับไว้เป็นญาติ เช่น เป็นบุตรบุญธรรม เป็นต้น คนเหล่านี้จะต้องปฏิบัติไปตามกฎเกณฑ์แบบแผนที่สังคมเป็นผู้กำหนดขึ้น เรียกว่า สถาบันครอบครัว ซึ่งครอบคลุมแนวทางในการปฏิบัติในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ คือ การเลือกคู่ การหมั้น การแต่งงาน การเลี้ยงดูลูก การอบรมขัดเกลา การหย่าร้าง และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวและเครือญาติทั้งหมด
ครอบครัวเป็นสิ่งที่ดีงาม เป็นแหล่งบ่มเพาะปลูกฝังคุณค่าต่างๆ ของสังคม
ในจำนวนที่มากขึ้นทุกปี มีครอบครัวจำนวนมากที่ไม่ได้ ‘ผูกพัน’หรือ ‘อยากใช้ชีวิตร่วมกัน’
ดังนั้น จึงไม่สามารถเรียกว่าครอบครัว 
ในสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น คนมีนิยาม คำว่า ครอก อาจจะใช้แบบนี้ได้มั๊ง 
จากรูปหมู่ที่ถ่ายร่วมกัน ที่จริงอาจมีนัยยะ ‘อำนาจ’ ซ่อนอยู่ใต้ความสัมพันธ์และกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัวและคนในครอบครัว
ในภาวะปกติ เราอาจไม่รู้สึกถึงการทำงานของอำนาจเหล่านี้มากนัก แต่เมื่อถึงคราวคับขันสิ่งที่แต่ละคน แต่ละครอบครัว พยายามทำ ก็คือการ ‘ควบคุม’ กันและกันโดยใช้ฐานอำนาจหลายๆ แบบมาคัดง้างกัน
ที่จริงแล้ว การที่ตำราเรียนบอกว่า สถาบันครอบครัว เป็นแกนกลางของสังคมที่เป็นรากฐานสำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิตในด้านหนึ่งต้องบอกว่าถูกต้อง
เพราะครอบครัวก็คือแบบจำลองของสังคม
อำนาจในครอบครัวคือ ‘ความสามารถ’ ในการบริหารจัดการการควบคุมโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เป็นกลไกบังคับ
บางคนไม่แสดงถึงอำนาจแต่ใช้ว่าจะไม่รู้ #อะไร ในวังวนนั้นเลย
ความรู้เฉพาะ’ (specific knowledge) ในบางเรื่อง เป็นความรู้ที่คนอื่นๆ ในครอบครัวไม่รู้ คนที่รู้ข้อมูลนี้จะมีอำนาจในการควบคุมบังคับคนอื่น โดยอาจควบคุมบังคับอย่างเปิดเผยก็ได้ หรือจะใช้วิธีชักใยอยู่เบื้องหลังก็ได้เช่นเดียวกัน
เด็กผู้หญิงจากชนเผ่า ในแอฟริกาใต้ แต่งงานอายุราวๆ สิบกว่าขวบ กับผู้ชายที่แก่กว่าเธอมาก การแต่งงานจะเกิดขึ้นโดยพ่อแม่ของเด็กหญิงเป็นคนจัดการ เมื่อแต่งแล้ว เจ้าบ่าวต้องมาอยู่กับครอบครัวเจ้าสาวเพื่อช่วยล่าสัตว์หาอาหาร
การให้ฝ่ายชายมาอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิง สิ่งที่เป็นตัวกำหนดสมดุลอำนาจในครอบครัว เป็นพันธมิตรกันระหว่างพ่อแม่ลูกของเด็กหญิง กล่าวคือถ้าเด็กหญิงเป็นพันธมิตรกับพ่อแม่ ความสัมพันธ์ของพ่อแม่ลูกแข็งแรง ฝ่ายชายก็จะมีอำนาจในครอบครัวน้อยลง จึงเกิดสมดุลอำนาจขึ้นถึงขั้นที่เด็กหญิงสามารถ ‘วีโต้’ การตัดสินใจต่างๆ ในครอบครัวได้เลย
เรื่องนี้ไม่เหมือนกับครอบครัวชาวจีนแบบดั้งเดิม 
หลายคนอาจรู้สึกว่าระบบของครอบครัวจีนนั้นแลดูกดขี่ผู้หญิง แต่ในอีกด้านหนึ่ง แม่สามีก็เคยเป็นภรรยาที่ถูกกดขี่มาก่อน #หญิงที่มาเป็นสมาชิกใหม่มีการทดสอบและขัดเกลาเพื่อให้ผู้หญิงที่มาใหม่ต้อง conform กับระบบความเชื่อของครอบครัวใหม่#แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอจะค่อยๆ ทวีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ จนเข้ามาแทนที่แม่สามีในที่สุด
มันคือการสร้างพันธมิตรกับพ่อแม่ (Parent-Child Alliances) น้อยมาก แตกต่างจากเด็กหญิงแอฟริกาที่โครงสร้างครอบครัวบีบให้พ่อแม่และเด็กหญิงต้องรักษาความเป็นพันธมิตรกันเอาไว้
โบราณท่านว่า..
คู่กันแล้วไม่คล้วกัน ถ้าเป็นเนื้อคู่กันมันต้องได้เจอ

ทำให้นึกถึงสมัยก่อนเวลาไปงานศพหรือปิดทองงานวัดแทบจะเอาแขวนคอไปด้วยเลย...กล้วหายยิ่งช้างดาวด้วยนะยิ่งต้องระวัง
#เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ #positivethinking #quotes #ข้อคิดเตือนใจ #notatourist #NoMercy

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561

the journey ชีวิตที่เดินทางด้วยความสุข มีจริงหรือไม่


A journey of a thousand miles must begin with a single step. It’s no matter how your story begins or ends. But by now, you should know that all things have an ending.
What makes life worth living, what makes each of us unique, what brings us joy and the suffering that allows us to learn something - that's the journey!  
Stay at present. 

ก็แค่ตามหาจุดจบ จึงต้องมีชีวิตกับการเดินทาง จึงจำเป็นจะต้องมีความสุขกับระหว่างทาง
ยามเมื่อคนเราต้องแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆนั้นเป็นอย่างไร
พวกเค้าที่ยืนมองกันอย่างตกตะลึงชั่วครู่ พึมพำกันคงจะพูดกันว่า  น่าตกใจจริงๆ คงจะ คงจะ และคงจะ อธิบายกันไปตามใจเขานำพา แล้วทุกคนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน เพราะไม่มีอะไรให้ต้องเฝ้าดูต่อไปแล้ว


เหมือนที่ฉันโดดลงมาจากตึกสูง ตัวคนเดียว ตามลำพัง อีกครั้ง.
จะมีกี่ชีวิตจะเพียงพอกับความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจ แทบตาย แต่ไม่ตาย
เหมือนกับการรอดนั้นเข้มแข็ง แต่ผู้รอดทุกคนไม่ได้แช่มชื่นเสมอไป  ก็แค่ตามหาจุดจบ จึงต้องมีชีวิตกับการเดินทาง จึงจำเป็นจะต้องมีความสุขกับระหว่างทาง เพื่อ รอวันสุดท้าย ท้ายสุดก็ไม่มีอะไรที่สุขถาวร

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561

นิทาน grime ฉบับเดิม โหดสัส ตัดใจไม่ให้ลูกอ่าน

นิทาน grime ฉบับเดิม โหดสัส ตัดใจไม่ให้ลูกอ่านแต่ขออ่านเอง ๕๕

เรื่องของเรื่องคือที่มาของนิทานเป็นเรื่องที่เล่าปากต่อปาก แพร่หลายอยู่ในหลายประเทศในยุโรป ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 17 เท่าที่ทราบโดยทั่วไป Le Petit Chaperon Rouge เป็นฉบับแรกสุด ที่ได้รับการตีพิมพ์จากเนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศส เอามาพิมพ์ ในปี ค.ศ. 1697  ให้เป็นหนังสือที่รวบรวม นิทานและเรื่องเล่าต่าง ๆ พร้อมคติสอนใจ โดย ชาร์ลส แปร์โรลต์ พอคริสต์ศตวรรษที่ 19 เรื่องนี้ในฉบับภาษาเยอรมัน ถูกบอกเล่ามาถึง พี่น้องตระกูลกริมม์  แต่ฟังมาคนละที โดยคนพี่ เจค็อบ กริมม์ ฟังมาจาก Jeanette Hassenpflug (ค.ศ. 1791-1860), ส่วนคนน้อง วิลเฮล์ม กริมม์ ฟังมาจาก Marie Hassenpflug (ค. ศ. 1788-1856) ว่าแล้วทั้งสองก็รวมเนื้อเรื่องจากทั้งสองฉบับนั้นเป็นเรื่องเดียวจนเป็นฉบับปี ค.ศ. 1857 ที่เป็นเนื้อเรื่องที่แพร่หลายต่างจากในปัจจุบันที่ปรับใหม่ เป็นว่าหนูน้อยและคุณยายถูกหมาป่าจับกิน คนตัดไม้ได้มาช่วยผ่าท้องหมาป่า ช่วยหนูน้อยและคุณยายออกมาได้โดยปลอดภัย ของเดิมไม่ผ่าน กบว คือ ฉก, เลย
Rumpelstiltskin (รัมเปลสติลล์สกิน) (Dismemberment, Dead Toddlers) เรื่องโคตรโรแมนติก แต่ ต้นฉบับสรัมเปลสติลล์สกิน โดยพี่น้องตระกูลกริมม์นั้น นำเรื่องที่เล่าปากต่อปากมาแต่งใหม่ ซึ่งเวอรชั่นเดิมนั้นหญิงสาวไม่สามารถหาชื่อจริงของคนแคระคนนี้ได้เลยจนสุดท้ายเธอแก้ปัญหานี้ โดยต้องเอาลูกคนอื่นสวมรอย พอคนแคระจับได้เลยวิ่งจับลูกคนแรกของเด็กสาว (รวมถึงเด็กสาวด้วย) กระทืบเท้าจนขาคนแคระจมพื้นดิน จากนั้นคนแคระกระชากขาและแขนเธอและลูกจนฉีกขาด ซึ่งทหารผู้พิทักษ์ทั้งหมดต้องมาเอาคนแคระออก แต่สายไปเสียแล้วเพราะสิ่งที่เหลือจากนั้นคือซากของเด็กสาวและลูกที่ตายคาที่เหมือนก้อนเนื้อ 
(ยิ่งกว่า 18+ อีก)
เด็กหญิงผมทอง กับหมีสามตัว จุดจบของคนไม่มีมารยาท… เวอร์ชั่นพี่น้องตระกูลกริมม์ที่เป็นเวอร์ชั่นเดิมหมีสามตัวไม่ได้ใจดีกับสาวน้อยผมทอง ตามนิทานต้นฉบับเดิมเมื่อสามหมีพบสาวน้อยผมทองบนเตียง หมีสามตัวขย่ำเธอ จนร่างเละแยกเป็นชิ้นส่วน จากนั้นก็กินเธอเป็นอาหารเย็น ส่วนฉบับเดิมที่สองเมื่อสาวน้อยผมทองลืมตาตื่นขึ้นมาและพบหมีสามตัวก็ตกใจมากเลยเลยกระโดดลงมาจากหน้าต่าง แต่รู้สึกเธอจะกระโดดผิดท่า เธอลงพื้นพลาดเลยเกิดอุบัติเหตุคอหักตายคาที่ นี่คงเป็นจุดจบที่เหมาะสมสำหรับคนแปลกที่เข้าบ้านโดยไม่รับอนุญาต
โหดอยู่ดีล่ะว้า

ฮันเซลกับเกรเทล โศกนาฎกรรมที่บ้านขนม 
เวอร์ชั่นพี่น้องตระกูลกริมม์ มาจากเรื่องเล่าที่ว่าเป็นคดีหนึ่งในสมัยก่อน ซึ่งตอนนั้นยุโรปสูตรทำขนมนั้นถือว่ามีค่ามาก และเจ้าของสูตรขนมจะไม่เปิดเผยสูตรขนมให้แก่คนภายนอกรับรู้ นอกจากจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกันเท่านั้น (ของเราก็คล้ายๆกัน ปิดประตูทำเลยทีเดียว ทางแก้แง่ดี คือมีความพยายามขอไปเป็นศิษย์ มีความกตัญญูนอบน้อม รักษาสูตรและเคล็ดลับมาทำ โดยไม่โกหกว่าสูตรวังสูตรโบราณแต่ไปก้อปมาจากYouTube ) เอาล่ะเข้าเรื่องต่อ ดังนั้นพวกที่อยากรู้สูตรขนมปัง ก็นิสัยไม่ดีส่งเด็กสองคนไปล้วงความลับเจ้าของสูตรขนม  ซึ่งหญิงแก่ใจดีเมื่อจับเด็กสองคนได้ หญิงแก่เลยจับเด็กมาขังและเลี้ยงดูไว้ (โดยไม่ฆ่า) แต่คนในหมู่บ้าน มันร้อนตัวไง แทนที่จะไปขอโทษ ก็ตามไปฆ่าและเผาคนทำขนมปังนี้ และสร้างนิทานเรื่องเล่านี้เพื่อปกปิดอาชญากรรมที่ก่อไว้

แต่กระนั้นเรื่องเล่าแม้ทำเป็นนิทาน ยังมีเงาความโหดร้ายเสมอ ในเวอร์ชั่นฝรั่งเศสบอกว่าตอนแม่มด(หญิงแก่เจ้าของสูตรขนม)เผลอ เด็กสองคนได้จับแม่มดเชือดคอหอยเธออย่างรุนแรงและหลบหนีไป

ตอนนี้ค้นหนังสื่อนิทานปกแดงมีลายนูนเป็นเจ้าหญิงสีทองๆสองคนอยู่ จำได้ว่าน้าเคยอ่านให้ฟังก่อนนอน ตอนนี้ไม่รู้อยู่ไหนทแต่มาอ่านเวอร์ชั่นจริงนี้ หลอนไปเลย

๒๓ มิถุนายน ครบวัฎฎะ

ดาวดารดาษดุจมณิเต็มผืนกำมะหยี่เหนือโพยมสีหมึก สีตลรัศมีที่ฉายเรื่อยอ่อนแสงหายไปหลังเมฆินทร์ เบื้องล่างสายนทีลัดเลาะแผ่นหิน ทุกโค้งคุ้งส...