แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทละคร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทละคร แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ทำไมถึงอ่านนวนิยาย แล้วทำไมบางเรื่องถึงตรึงใจคนได้นับสิบๆปี

ทำไมถึงอ่านนวนิยาย ทำไมบางเรื่องถึงตึงใจคนได้นับสิบๆปี



ว่าด้วยสิ่งประโลมใจ ดูอาจจะเป็นศัพท์เก่าที่เยาวชนรุ่นใหม่ทำคิ้วขมวดหรือหากเบามารยาทอาจจะถึงเบ้ปากมองบน (อ่านแล้วขำแต่เป็นมารยาทที่สาหัสเมื่อปรากฏขึ้นจริง)

ทำไมอ่านนิยายบางเรื่องแล้วอิ่มใจไม่ใช่ความสวยของตัวเอกเพราะนิยายนิทานล้วนใจจินตนาการตามอักษรที่เรียกว่าอักษรศิลป์ คือสามารถสร้างภาพจากการบรรยายยิ่งกว่านั้นคือการสร้างความรู้สึกต่อเนื่องจากวรรคหนึ่งไปอีกวรรคอย่างมีจังหวะ สิ่งใดที่ถูกวางไว้ในนวนิยายที่จะประโลมใจผู้อ่าน

           นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้วการปรุงรสด้วยความกรี๊ดกร๊าดนั้นทำให้หัวใจอิ่มและคล้อยตามไม่ได้ ยกเว้น ความสมบูรณ์ด้วยเหตุและผลความต่อเนื่อง*พอดี ตลอดจนการกระทำของตัวละครที่ล้วนมีที่มาที่ไป จนกล่าวได้ว่าดุจเดียวกับนวนิยายยุคเก่าคุณค่าที่แทรกในนิยายแต่ละเรื่องคืออะไรสิ่งนี้จำเป็นในจรรยาบรรณคนเขียน ซึ่งจะสะท้อนออกมาในบทต่างๆ อาจไม่โจ่งแจ้งแต่ทำให้เข้าใจได้ไม่ยาก
สิ่งหนึ่งที่ควานหาในหนังสือแต่ละเล่มคือข้อดี และข้อดีที่ควรมีคือการยกย่องและยึดถือคุณธรรมในการดำรงชีวิต ผ่านตัวละครเอก ไม่ว่าจะเป็นกำพร้า ที่อาจเป็นบทเก่าๆก็ยังคงมีความดี การถือความกตัญญูเป็นที่ตั้ง ทำให้แม้จะต้องทำในสิ่งที่ฝืนใจ การสำนึกถึงผู้มีพระคุณและน้อมใจยอมรับการที่ตัวเอกที่ดำรงตัวอยู่ในศีลธรรมอันดีกระทำสิ่งที่ถูกต้อง และน่าเอาเป็นตัวอย่าง จึงทำให้หนังสือนั้นไม่เป็นแค่นวนิยายประโลมโลกย์ธรรมดาๆ

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2561

อุทาหรณ์สำหรับผู้จัดละครในอนาคต

ละคร มีเป้าหมายขายโฆษณา แต่ละครทำให้คนดู และมันบอกใจของคนสร้างด้วย


การเอาบทประพันธ์ดีๆ มารีเมคใหม่เป็น ละครเบาสมอง  ในฐานะคนอ่านก็สงสารผู้ประพันธ์ คนสร้าง คนเขียนบท อาจอยากให้ออกมาแบบเบา....ปัญญา ...การให้เบาสมอง ให้เหมาะกับความสามารถของนักแสดงก้ได้
บางมิติคนเขียนเองกลับเขียนออกมาเบาจนอ้างประวัติศาสตร์มาได้เฉิ่ม สลับอย่างมั่ว จะเอาใจตลาด อันนี้ดูแล้วหน้าชามาก
การเขียนอย่างไม่ยอมเหนื่อย ตัดปะประวัติศาสตร์อย่างง่าย ดูถูกคนดูมาก แต่ด้วยการตลาดแบบสร้างกระแส ทำให้ถูกยอมรับไปอีก
ชาติไทยเจริญแบบด้านxด้าน ทีเดียว


ผู้จัดคะ วันหลังขอให้คำนึงถึงคาเร็คเตอร์ของตัวละคร ความเหมาะสม บทที่ดีอยู่แล้วก็อย่าไปเปลี่ยน เข้าใจว่าสมัยนี้เทรนเกาหลีมาแรง ตัวเอกชี้นำค่านิยมได้ ทำไมไม่ทำคะ จะให้ปัญญาอ่อนไม่มีวุฒิภาวะ หรือมาแบบแระปริดกระปรอย แบบนี้ดูได้ว่าตัวละครนั้นเป็นโรคจิต นะคะ


บางเรื่องเราเห็นชัดๆ ว่าคนทำมองไม่ทะลุ  ไม่เห็นถึงแก่นแท้ของบทประพันธ์ มัวแต่เอาอะไรไม่รู้มาเสริมมั่วไปหมด หลงลืมไปว่า ผู้ประพันธ์ต้องการสื่ออะไร


เหวี่ยงหมัดไม่ตรงเป้า      เสียดายจริงๆ


ตอนนี้กลัวที่สุดคือ เวียงกุมกาม เป็นเรื่องที่รักมาก
คงไม่ต้องเผาหนังสือทิ้งหรอกนะ เพราะป้าอี๊ดเขียนดีมาก


ที่เขียนมาใครเป็นใครก็รู้กันอยู่ ละเอียด หยาบ แค่ไหนรู้กัน ว่าแต่จะยอมรับความจริงได้แค่ไหน


ถ้าคนดูไม่เสริมความรู้ประเพณีให้แน่น ก็เป็นเหยื่อการแสดงที่ฉาบฉวยไปอีก
เหวี่ยงหวัดไม่ตรงเป้า ...เต็มๆ ชกลมเต็มๆ  เสียดายตรงที่ สมัยนี้เด็กๆก็อ่านหนังสือน้อยกันอยู่แล้ว 

ทีวีเป็นสื่อหลักที่คนส่วนใหญ่เสพ แต่สื่อบทประพันธ์ออกมาได้ไม่ตรงตามสารที่แท้จริง
มันทำให้คนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยอ่านนิยายเข้าใจผิด เพราะการบิดเบือนของผู้สร้าง
กับข้าวอร่อยอยู่แล้ว ไม่ต้องปรุง ยังไงมันก็อร่อย แต่ถ้าอยากปรุง แต่ปรุงผิดสูตรก็ออกมา

ได้แต่ภาวนาให้ ผู้กำกับ มีสติ มีความภูมิใจกับงานที่ทำ และขอให้ผู้อำนวยการสร้างตั้งสติมากๆ 

เลิกได้ เป้าที่ผู้จัดต้องการจะเหวี่ยงให้โดน คือ เรตติ้ง แต่เพียงอย่างเดียว

เชื่อว่า หากกล้าทำฝีมือดีๆ จะจรรโลงสังคมดีกว่ากระเเส ใช่สักแต่ซื้อลิขสิทธิ์บทประพันธ์มา เพื่อที่จะใช้เพียง 'ชื่อ' บทประพันธ์ในการขายละคร ส่วนตัวบทจะเป็นอย่างไร ก็ตามแต่ใจฉันเท่านั้น


หวังว่าคงเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้จัดละครในอนาคตนะ
อยากให้เชื่อในความดีที่ไม่หลงตัวเอง

๒๓ มิถุนายน ครบวัฎฎะ

ดาวดารดาษดุจมณิเต็มผืนกำมะหยี่เหนือโพยมสีหมึก สีตลรัศมีที่ฉายเรื่อยอ่อนแสงหายไปหลังเมฆินทร์ เบื้องล่างสายนทีลัดเลาะแผ่นหิน ทุกโค้งคุ้งส...